อย่างที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบัน เทรนด์รักษ์โลกและการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้กลายเป็นวาระสำคัญระดับโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ “รถยนต์ไฟฟ้า” ได้รับความนิยมอย่างมาก เหล่าบรรดาผู้ผลิตรถยนต์จึงพากันผลิตรถยนต์ชนิดนี้ออกมาแข่งขันกันในตลาดเป็นจำนวนมาก ในวงการแข่งรถก็เช่นกัน มีการนำเอารถยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทค่อนข้างมาก

InMotion ทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยี Eindhoven จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน Le Mans โดยได้นำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ในชื่อ “Revolution” ที่มาพร้อมเทคโนโลยี fast-charging ชาร์จไฟได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 12 นาที เข้าร่วมแข่งขันด้วย ทั้งยังได้นำ battery pack แบตเตอรี่รุ่นใหม่มาพรีเซนต์ด้วย

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้เป็นการแข่งขันแบบ endurance racing หรือการแข่งขันแบบ 24 ชม. เพื่อทดสอบความแข็งแรงทนทานของเครื่องยนต์และความอดทนของนักแข่ง ซึ่งทีม InMotion เปรียบการแข่งขันนี้เหมือนการทดสอบเทคโนโลยีที่ตนคิดค้นขึ้น หากผ่านบททดสอบนี้ไปได้ด้วยดี ก็เท่ากับประสบความสำเร็จไปได้ระดับหนึ่ง สามารถนำรถรุ่นนี้มาต่อยอดใช้งานได้จริง

InMotion ออกแบบรถแข่งสร้างชื่อมาแล้วหลายคัน ไม่ว่าจะเป็น Ignition รถยนต์ไฟฟ้าไบโอเอทานอล ซึ่งเป็นรถแข่งที่เร็วที่สุดในการแข่งขัน E-Formula Student 3 หรือจะเป็น Fusion และ Vision รถยนต์ไฟฟ้าแอโรไดนามิก มาจนถึง “Revolution” รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เวลาชาร์จไฟแค่ 12 นาที ซึ่งนับว่าเร็วกว่ารถไฟฟ้าของ Porsche และ Tesla อีกด้วย

ทีมผู้คิดค้นรถ Fusion เมื่อ 10 ปีที่แล้วยังคงมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ที่ใช้ในการออกแบบรถ Revolution ให้กับทีม InMotion นับเป็นความก้าวหน้าในเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยยังคงความต่อเนื่องของชิ้นงานไปได้พร้อม ๆ กัน

การนำซอฟต์แวร์จาก Siemens เข้ามาช่วยในการพัฒนารถแข่งของทีม InMotion เป็นการสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับทีมได้เทียบเท่ากับทีมที่แข่งขันจริง (ไม่ใช่ในนามของทีมนักศึกษา) โดยซอฟต์แวร์จาก Siemens ที่ทีม InMotion นำเข้ามาใช้ เป็นซอฟต์แวร์เดียวกันกับที่ทีมแข่งมืออาชีพอย่างทีม Formula One ใช้ ซึ่งจุดนี้นับเป็นการผลักดันงานดีไซน์ของทีม InMotion ให้ไปถึงจุดสูงสุดด้วยเช่นกัน ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายที่ทีม InMotion ตั้งไว้ ในการเป็นทีมแข่งรถไฟฟ้ามืออาชีพของรายการ Le Mans ด้วยซอฟต์แวร์เดียวกันกับที่ทีมชั้นนำในรายการ F1 ใช้

สำหรับการออกแบบระบบ digital twin ของรถแข่ง Revolution ทีม InMotion สร้างขึ้นโดยใช้โปรแกรม NX CAD และใช้โปรแกรม Simcenter เข้ามาช่วยในส่วนงานวิศวกรรม นอกจากนี้ ในส่วนของการจัดการข้อมูล ทีม InMotion ยังนับเป็นทีมนักศึกษาทีมแรกที่นำโปรแกรม Teamcenter เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนของรถแข่ง Revolution ให้ทำงานง่ายขึ้นได้

ในการออกแบบชิ้นงานสักชิ้น จำเป็นจะต้องมีโปรแกรมพื้นฐานที่ทำงานได้อย่างมั่นคงและเต็มประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น Model 3D ในโปรแกรม NX ช่วยให้ทีมออกแบบและทดสอบโมเดลในโลกดิจิทัลได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเจอปัญหาในขั้นตอน final product ในโลกของการออกแบบชิ้นงานจริง นอกจากนี้ Teamcenter ยังช่วยให้การกระจายงานระหว่างวิศวกรในทีมง่ายขึ้น ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันภายใต้ assembly เดียวกัน ในเวลาเดียวกัน โดยไม่เกิดการทำงานทับซ้อนกัน ทั้งยังไม่ต้องแยก assembly เพราะทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้ผ่าน Teamcenter

ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรม Simcenter ยังเข้ามาช่วยในการทดสอบความแข็งแกร่งของรถที่ออกแบบ โดยทำงานเชื่อมต่อกับโปรแกรม NX เพิ่มความสะดวกในการวิเคราะห์ได้มากขึ้น และด้วยความล้ำสมัยของซอฟต์แวร์ Siemens จึงเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จในวงการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าของทีม InMotion ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างสง่างาม

 

 

——————————————————-

ติดต่อขอใบเสนอราคา, DEMO หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

02-079-1814 กด 1

inbox : http://m.me/HSSTfanpage

LINE@: @hitachisunwayth

https://hitachisunway-thailand.co.th